Upcoming Exhibitions






S.E.A. FOCUS / An STPI Project
Nova Contemporary
Artists: Nim Krusaeng, Nipan Oranniwesna, Jedsada Tangtrakulwong, Tada Hengsapkul,   
Latthapon Korkiatarkul, Moe Satt, Mary Pakinee, Pam Virada, Sathit Sattarasart, Anon Chaisansook

January 16 - 19, 2020
Gillman Barracks, Singapore

S.E.A. Focus is a showcase of contemporary art from Southeast Asia. It aims to bring together a curated                     selection of some of the finest artists and galleries from across the region to foster a deeper appreciation                     of contemporary art and artists in Southeast Asia. A meeting point for artistic vision and vigour, S.E.A.Focus  
provides a platform to propel diverse cultural exchanges with celebrate, promote and provoke dialogue                   about Southeast Asian art.





 Don't Wait Until Tomorrow

 September 15 - October 26, 2019
 Gallery VER, Bangkok

 Opening Reception: September 15th, 6pm onward

 The exhibition "Don't Wait Until Tomorrow" adopted one of the motto of Professor Silpa   
 Bhirasri which stated that "Tomorrow Is Too Late', which is used to remind his students to 
 be diligent in their practice as well as seeing the value of time. The motto is interpreted  
 and applied in creating the work, under the concept of different types of time, such as 
 specific time, postponing, times in the period of life, stressing the importance of the 
 present, delayed, as well as learning from observations on human behavior.

 Professor Silpa Bhirasri (15 September 1892 - 14 May 1962), born Corrado Feroci, was a  
 Tuscan-born Thai sculptor from Florence who served under the crown of King  
 Chulalongkorn (Rama V). He is considered the father of modern art in Thailand. He 
 established the School of Fine Art, which later became Silpakorn University. Silpa Bhirasri 
 is the first chancellor of the university.

 Every September 15th, which is the birthday of Professor Silpa, is considered "Silpa 
 Bhirasri Day" to commemorate his good will towards Silpakorn University and Thailand. In 
 this exhibition, these specific date and month are being used as an essential element of 
 artworks.

 The exhibition consists of three parts: "If There's No Tomorrow", "Procrastinate", and 
 "Late Arrival". 

 "If There's No Tomorrow" is a series of moving images from photographs and video clips 
 that were recorded over the years 2013 through 2019. The work is separated into 9 
 chapters, with the length of 15 minutes in total. Each chapter will gradually disappear 
 during the exhibition period. The 2nd chapter (September) and the 4th chapter (Half 
 Empty or Half Full) disappeared on September 24th, 2019. The 3rd chapter (Pass The 
 Time) disappeared on October 3rd, 2019, and the 5th chapter (Day by Day) disappeared 
 on October 5th, 2019. The number of chapters, the length of the video, and the dates in 
 which the chapters are taken away related to the date of birth of Professoe Silpa 
 Bhirasri, Which is September 15th, 1892 (2435 in Buddhist calendar). The audiences who 
 visit the exhibition too late will not be able to see every chapters.

 "Procrastinate" is an installation art that applies the skills and experience of the  
 professional art handling and exhibition installation team. They have to make the length 
 between two spots in 159 centimeters, without using measurement tools. 159 stands for 
 September 15th. Each spot is painted with phosphorescent or glow-in-the-dark paint. 
 Every time they make mistake, the size of the spot is getting larger. The more they 
 miscalculated, the bigger size of spots on the wall. 

 "Late Arrival"
 The entrance hall and main exhibition room are scaled down / A gamble that lets the 
 audience be the ignition of the artwork / The transition from one object to another / 
 Putting pieces together and arranging each sequence.


                                         pictured by Tammarat Kittiwatanokun 


















If There Is No Tomorrow, 2019, single-channel video, length: 15 mins.
Procrastinate, 2019, thirty spots of grow in the dark paint and marker on the wall, diameter 0.5 -3.5 cm.
Late Arrival, 2019, three plummets, one 5 euro note, two drawings and a wooden table L120 x W80 x H105cm









 อย่ารอให้ถึงพรุ่งนี้

 ๑๕ กันยายน - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๒
 แกลเลอรี่ เวอร์ กรุงเทพ

 พิธีเปิด วันอาทิตย์ที่ ๑๕​ กันยายน ๒๕๖๒​ เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป

 นิทรรศการ "อย่ารอให้ถึงพรุงนี้" ได้นำหนึ่งในคติพจน์ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ว่า "พรุ่งนี้ก็สาย
 เสียแล้ว" ซึ่งเป็นคำกล่าวเพื่อเตือนสตินักศึกษา ให้มีความขยันในการทำงาน และเล็งเห็นคุณค่าของ
 เวลา มาตีความและประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน ภายใต้กรอบคิดเรื่องเวลาในประเภทต่างๆ 
 เช่น เวลาที่เฉพาะเจาะจง การเลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆ กาลเวลาของช่วงชีวิต การให้ความสำคัญกับ
 ปัจจุบัน ความล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด ตลอดจนศึกษาพฤติกรรมมนุษย์จากการสังเกตการณ์

 ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ - ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕) เดิมชื่อ คอร์รา
 โด เฟโรชี ชาวอิตาเลียนสัญชาติไทย เป็นประติมากรจากเมืองฟลอเรนซ์ ที่เข้ามารับราชการใน
 ประเทศไทย ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ถือเป็นบิดาแห่งศิลปะ
 สมัยใหม่ในประเทศไทย ผู้ก่อตั้งและอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งภายหลัง
 ได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยศาสตราจารย์ศิลป์ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี
 คนแรกของมหาวิทยาลัย

 วันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ ถือเป็น วัน"ศิลป์ พีระศรี"
 จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของศาสตราจารย์ศิลป์ ที่มีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรและ
 ประเทศไทย ตัวเลขของวันที่และเดือนกันยายนนี้ ยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของผลงานศิลปะใน
 นิทรรศการนี้

 ในนิทรรศการประกอบด้วยงานสามส่วน คือ ถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้ ผัดวันประกันพรุ่ง และ มาทีหลัง

 ถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้ เป็นงานภาพเคลื่อนไหวจากภาพถ่ายและคลิปวีดีโอที่บันทีกไว้ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๖ - 
 ๒๕๖๒ งานแบ่งออกเป็น ๙ บท ระยะเวลาทั้งหมด ๑๕​ นาที บทต่างๆจะค่อยๆหายไปในระหว่างช่วงเวลา
 ของนิทรรศการ บทที่ ๒ (กันยายน) และ บทที่ ๔ (ครึ่งแก้ว) หายไปในวันที่ ๒๔​ กันยายน ๒๕๖๒ บทที่ 
 ๓ (ฆ่าเวลา) หายไปในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๒​ และบทที่ ๕ (วันต่อวัน) หายไปในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ 
 ตัวเลขจำนวนบท ระยะเวลางานวีดีโอ วันที่ที่ชิ้นงานหายไป มาจากตัวเลขวันเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ 
 พีระศรี คือ วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ คนดูที่มาดูนิทรรศการช้า หรือมาทีหลัง จะเห็นงานไม่ครบ
 ทุกชิ้น

 ผัดวันประกันพรุ่ง เป็นการประยุกต์ใช้ทักษะ ความชำนาญ ประสบการณ์ของทีมติดตั้งนิทรรศการ ใน 
 การกะระยะความยาว ๑๕๙ เซนติเมตรบนฝาผนังห้องนิทรรศการ โดยไม่ใช้เครื่องมือช่วยในการวัด         
 กะเกณฑ์ระยะจากสายตา ๑๕๙ คือตัวเลขที่มาจากวันที่และเดือนของวันคล้ายวันเกิดศาสตราจารย์ศิลป์ 
 พีระศรี จุดวงกลมระบายด้วยผงฟอสฟอรัสผงสีขาว ทำให้จุดวงกลมนี้เรืองแสงเมื่อปิดไฟ ขนาดของจุด
 เรืองแสงจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีการกำหนดจุดใหม่บนฝาผนัง ยิ่งผิดพลาดในการกะระยะ ขนาด
 ของจุดเรืองแสงก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

 มาทีหลัง เกิดขึ้นจากองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สัดส่วนที่ลดลงของโถงทางเข้าและห้องแสดง
 งานหลัก การเสี่ยงโชคในการให้คนดูเป็นต้นกำเนิดของผลงาน การเปลี่ยนผ่านจากวัตถุชนิดหนึ่ง 
 กลายเป็นวัตถุอีกชนิดหนึ่ง และการปะติดปะต่อและไล่เรียงลำดับเหตุการณ์



เสวนาหัวข้อ 'อย่ารอให้รู้ในวันพรุ่งนี้ / Don't Wait Until Tomorrow ...to Knowโดยอาจารย์ตี๋ ทิพย์นภา สิริวิไชโย และ มยุเรศ ตุลวรรธนะวันเสาร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.โหราศาสตร์เกี่ยวข้องกับการจัดนิทรรศการศิลปะอย่างไร?
ว่าด้วยเรื่องราวทางพื้นที่ และกาลเวลา ผ่านลมและน้ำ หรือที่เรียกอีกชื่อว่าศาสตร์ฮวงจุ้ย และศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการจัดวางพื้นที่ การแก้ปัญหาตำแหน่งและทิศทางของการวางวัตถุทางศิลปะ

เสวนาโดยอาจารย์ตี๋ ทิพย์นภา สิริวิไชโย ซินแส นักพยากรณ์ในสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ผู้ที่จะมาตรวจภายในฮวงจุ้ยของแกลเลอรี่เวอร์ เป็นตัวอย่างในการจัดการพื้นที่ โดยอิงศาสตร์ทางฮวงจุ้ย รวมถึงชี้แนะเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวิธีวางผลงาน ลักษณะการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติในอนาคต ร่วมด้วยคุณมยุเรศ ตุลวธธนะ มัณฑนากรที่มีประสบการณ์การทำงานทางด้านการตกแต่งภายใน และการทำงานเชิงสถาปัตยกรรมร่วมกับซินแสมาแล้วอย่างยาวนาน เพื่อแนะนำการทำงานเชิงสถาปัตยกรรม และการออกแบบสำหรับการจัดนิทรรศการศิลปะ

การเสวนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ Don't Wait Until Tomorrow จัดขึ้นโดยแกลเลอรี่เวอร์


Don't Wait Until Tomorrow ...to Know (Educational Program)

Saturday, 19 October 2019, 2-4 pm. at Gallery VER

Speakers: Tipnapa Siriwichaiyo, Mayurait Tulwattana

How Feng Shui associated with art exhibition?
Tipnapa Siriwichaiyo, a prophet and Feng Shui master from the International Astrology Society will inspect all the design of spaces and location of Gallery VER with Feng Shui principles. He will give Feng Shui tips for the exhibition presentation and space management. Whereas Mayurait Tulwattana, a senior interior designer will examine the architectural structure and interior design of Gallery VER. She will point out how to make exhibition presentation effective in this gallery as well as the advantages and disadvantages of gallery layout.




How Much You Can Tolerate at Cartel Artspace, Bangkok vs. Local Influence at The Ramasun Historical Museum, Udonthani 







Pictured by Wacharapat Kongkhao




Pictured by Wacharapat Kongkhao





How Much You Can Tolerate
May 24 - June 30, 2019
Cartel Artspace, Bangkok

What it means to depart but remains,
what it means to sustain but dies out.

The text on the gallery floor is about how local people encountered with the air pollution in the most air-polluted city in the world during the months of April and May, 2019. The more viewers visit the show, the more the text is erased and edited. The new sentences are formed and the content has shifted.



ทนได้ทนไป

๒๔ พฤษภาคม - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๒
คาร์เทล อาร์ตสเปซ กรุงเทพ

อยากลบ กลับปรากฎ
อยากทำนุ กลับพร่าเลือน

(ไม่มีงานเปิดนิทรรศการ)



































Local Influence Series2019, digital prints, 83.5 
x 119 cm.




This photographic series is created using different types of printer at printing shops in Chiang Mai. Color distortion and blurry vision are normally appear on the images through the printing process from these machines which is commonly disapproved by artists and professional photographers. On the other hand, the negative effects from the printing process are being used as part of the creative process on creating images in this series of work.


The photographs of a tunnel, an operation building and a radar area at The Ramasun Station are pixelated and blurred, the color are misrepresentative and the perspective in the pictures are transformed into color planes. Since the prints at the exhibition room are exposed to the direct sunlight and rain, the images are faded and integrated with the surrounding as time passes.




PARALLEL : The Ramasun Station Art Trail

8-30 June 2019
Ramasun Historical Museum, Udonthani, Thailand

Opening and exhibition tour : June 8th, 
5-7 pm.
Screening program : June 9th, 2-4 pm.

Participating artists:
Tanachai Bandasak, Amarin Buppasiri, Panachai Chaijirarat, Thanacha Chairin, Viriya Chotpanyavisut, Thidarat Chumjungreed, Dusadee Huntrakul, Sittikorn Khawsa-ad, Surasit Mankong, Bounpaul Phothyzan, Punyisa Silparassame, Thongchai Sirinunthipak, Jedsada Tangtrakulwong, Jirawut Ueasungkomsate, Wilawan Wiangthong, Korakrit Arunanondchai, Prathompon Tesprateep, Nguyen Trinh Thi

Curated by Noir Row Art Space

Sponsor: Arts Network Asia, Ramasun Historical Museum, Sinthai Service and Installation Co.,Ltd

PARALLEL : The Ramasun Station Art Trail explores possibilities of artistic engagement and expression responding to Udon Thani's sedimented ruins and multi-layered histories.

The Ramasun Station was once a U.S. military radio base camp during the Vietnam War. It now symbolizes one of the many origins of Udon Thani. It was the U.S. army settlement which laid the foundation for much of the province's urban infrastructure, including logistic, economic and tourism sectors. Moreover, the sex workers or 'Partner', shoeshine boys and rickshaw drivers were the new and the fastest growing occupations in that period.  

The Ramasun Station was closed in 1976 when the U.S. retreated from Vietnam. For a period of time, some of the station's structure had been dismantled either by the army or the local junk dealers. As can be seen today, the remains of the station are the large architectural structures that are too hard to discarded; particularly the 48 antennas. These abandoned structures remained as an unintended memorial, a remnant of a time past.

As the wartime history of the site fades away, another layers comes to replace it. The U.S. radio base camp are transformed into a Thai military camp, and then turned into a museum. This landscape of military ruins is then a site of tensions and parallels. Instead of constituting themselves as an end, these contradictory and awkward entanglements lead to an unresolved complex mixture of the Ramasun Station's history.


And if the artworks are added to the site of this Ramasun Station as another overlapping temporal event? What would be the role of art? Would artworks be able to send messages when they are located on the site which is not a white cube gallery? Can art suggest, imply, or reveal other narratives, can it encouraging possibilities?  Or will art be lost among the melancholy of gigantic architectural structures? This exhibition sets out to make such an exploration.




พาราลเรล เดอะ รามสูร สเตชั่น อาร์ต เทรล

๘ - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๒
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา จังหวัดอุดรธานี

วันเปิดและนำชมนิทรรศการ วันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๗:๐๐ - ๑๙:๐๐ น.
ฉายภาพยนตร์ วันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒​ เวลา ๑๔:๐๐ - ๑๖:๐๐ น.

ศิลปิน ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์ / อัมรินทร์ บุพศิริ / ปณชัย ชัยจิรรัตน์ / ธนัชชา ไชยรินทร์ / วิริยะ โชติปัญญาวิสุทธิ์ / ธิดารัตน์ ชุ่มจังหรีด / ดุษฎี ฮันตระกูล / สิทธิกร ขาวสะอาด / สุรสิทธิ์ มั่นคง / บุญโปน โพธิสาน / ปุญญิศา ศิลปรัศมี / ธงชัย ศิรินันทิภาคย์ / เจษฎา ตั้งตระกูลวงศ์ / จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ / วิลาวัลย์ เวียงทอง / กรกฤต อรุณานนท์ชัย / ปฐมพล เทศประทีป / เหงียน ตรินห์ ที




ดูแลจัดการนิทรรรศการ โดย นัวโรว์ อาร์ตสเปซ

สนับสนุนโดย Arts Network Asia พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร บจก.สินไทย เซอร์วิส แอนด์ อินสตอลเลชั่น จำกัด

ค่ายรามสูร ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานีวิทยุวิจัยภาคสนามแห่งที่ ๗ ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามเวียดนาม พื้นที่นี้ถือได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิด หรือรากเหง้าของหลายสิ่งหลายอย่างในจังหวัดอุดรธานี สืบเนื่องจากการตั้งถิ่นฐานของกองทัพสหรัฐอเมริกา มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมือง และเป็นการวางรากฐานสำคัญของระบบขนส่ง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดอาชีพใหม่หลายอาชีพ ที่เติบโตขึ้นในพื้นที่ช่วงยุคสมัยนั้น เช่น เมียเช่า เด็กขัดรองเท้า และคนขับสามล้อ ฯลฯ ผลกระทบที่สะสมมาเป็นเวลานานและยังคงอยู่จากการตั้งกองทัพ ดูเหมือนจะควบรวมเข้ากับจิตใต้สำนึกของเมือง โดยที่สิ่งปลูกสร้างหลายสิ่งที่เกิดขึ้นจากยุคนั้นยังคงเหลืออยู่ให้เห็น และยังคงใช้งานมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ 

หลังจากการถอนกำลังของกองทัพทหารสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ บางส่วนของโครงสร้างสถานีได้ถูกรื้อถอน แต่ยังคงหลงเหลือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ และยากต่อการรื้อถอนออกไป เช่น เสาเรดาร์ ๔๘ ต้น สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจถึงอดีต เศษซากของอดีตที่สูญหาย และเป็นอนุสรณ์ของอนาคตที่ไม่มีวันไปถึง สถานที่ซึ่งเป็นซากปรักหักพัง ทิ้งไว้ให้เราเห็นเพียงความนิ่งสงัดของกาลเวลา การเปลี่ยนผ่านจากสถานีวิทยุของสหรัฐอเมริกาไปสู่การเป็นพิพิธภัณฑ์ แลดูคล้ายกับการแช่เเข็งของห้วงเวลา การทับถมของกาลเวลา การรวมตัวของวัตถุและนิยามหลากหลาย ก่อให้เกิดการต่อรอง การอยู่ร่วมกัน หรือ "ความคู่ขนาน" บนพื้นที่ซากปรักหักพังทางทหารแห่งนี้ ที่ไม่สามารถสรุปจบในตัวมันเอง แต่กลับชี้นำไปสู่จุดอื่น ทำให้เห็นถึงสถานะทางประวัติศาสตร์ที่ยากจะหาคำตอบ

และถ้าเราจะเพิ่ม "ศิลปะ" ลงไปในฐานะ "ช่วงเวลาหนึ่ง" ให้กับสถานที่แห่งนี้ ที่ไม่ใช่พื้นที่สีขาวของแกลเลอรี่ แล้วศิลปะจะเข้าไปมีบทบาทอย่างไร จะสามารถนำเสนอตัวเองได้หรือไม่ รวมถึงศิลปะจะสามารถอุปมา สื่อเป็นนัยยะ เปิดเผยตัวตนภายในพื้นที่แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือจะถูกกลบไปพร้อมกับสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ และประวัติศาสตร์ของมันที่เลือนหาย


The Uncertain






         The Uncertain, 2019, two storey exhibition, W6400 x L8200 x H345 cm.
  • 4 sculptures: The Tree Inside, 2019, brass, diameter 20 cm, height 210 cm. / Open-ended, 2019, aluminum, diameter 8 cm, height 310 cm. / 100 Year Layers, 2019, fiberglass, diameter 39 cm, height 330 cm. / Horn and Branch, 2019, tamarind wood, santol tree, W34 x L52 X H 283 cm.
  • 6 drawings: Calling, Singing, Screaming, Crying Series (Asian Koel, Coucal, Owl, Blue and Gold Macaw, Parakeet, Great Hornbill), 2019, acrylic and pastel pencil on canvas, W30 x L40 X D3.5cm. 
  • 3 photographs: Conceal to Reveal 1, 2019,  Digital C-Print, W59.4 x L89.1 cm, Conceal to Reveal 2, 2019,  Digital C-Print, W59.4 x L89.1 cm, Your Worst Enemy, 2017, Digital C-Print, W59.4 X L79.2 cm.
  • 1 single-channel video: The Ninth Life, 2019 (48" TV HD LED), length : 3 minutes 29 seconds
  • 1 light installation: Giving Everyone all His Watts, 2019, one CCTV Camera, one video projector, one Desktop PC computer.
  • 3 sound Installation: Wave Series (Wave 1, 2019, length 15 minutes, four speakers, stereophonic sound - left channel and right channel, a motion detector sensor - the sound starts playing when a viewer walk pass the sensor / Wave 2, 2019, length 10 minutes, four speakers, surround sound, a Kinect sensor - the sound is fading out when a viewer walks quickly pass the sensor; contrarily, the volume is raised when a viewer walk slowly / Wave 3, 2019, length 5 minutes, four speakers, stereophonic sound - combination sounds from each speaker, a motion detector sensor - the sound starts playing after a viewer stands still at the sensor for 10 seconds)
  • 4 panels of one-way mirror, each panel: W80.5 x L200 cm.

          ในความคลุมเครือและคลาดเคลื่อน ๒๕๖๒ ห้องนิทรรศการสองชั้น ขนาดโดยรวม ๖,๔๐๐ x ๘,๒๐๐ x ๓๔๕ ซม.
  • ประติมากรรมจำนวนสี่ชิ้น - ลำต้นของแต่ละคน ๒๕๖๒ ทองเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๐ ซม. สูง ๒๑๐ ซม. / เอนอ่อน ผ่อนตาม ๒๕๖๒ อะลูมิเนียม เส้นผ่านศูนย์กลาง ๘ ซม. สูง ๓๑๐ ซม. / ริ้วรอยศตวรรษ ๒๕๖๒ ไฟเบอร์กลาส เส้นผ่านศูนย์กลาง ๓๙ ซม. สูง ๓๓๐ ซม. / เป็นเขาก่อนเป็นกิ่ง ๒๕๖๒ ไม้มะขาม ไม้กระท้อน ๓๒ x ๕๒ x ๒๘๓ ซม.
  • ดรออิ้งจำนวนหกชิ้น ชุดกู่ร้อง ขับร้อง ตะโกนร้อง ร่ำร้อง (นกกาเหว่า / นกกะปูด / นกเค้าแมว / นกมาคอว์สีฟ้าทอง / นกแก้วเล็ก / นกกก) ๒๕๖๒ สีอะคริลิคและดินสอชอล์กบนผ้าใบ ขนาด ๓๐ x ๔๐ x ๓.๕ ซม.
  • ภาพถ่ายจำนวนสามชิ้น ปกปิดกลับปรากฎ 1 ๒๕๖๒ ดิจิตอลปริ้นท์ ๕๙.๔ x ๘๙.๑ ซม. / ปกปิดกลับปรากฎ 2 ๒๕๖๒ ดิจิตอลปริ้นท์ ๕๙.๔ x ๘๙.๑ ซม. / ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ๒๕๖๐ ดิจิตอลปริ้นท์ ๕๙.๔ x ๗๙.๒ ซม.
  • วิดีโอจำนวนหนึ่งชิ้น ร่างที่เก้า ๒๕๖๒ วีดีโอจอเดี่ยว ความยาว ๓:๒๙ นาที
  • ไลท์อินสตอลเลชั่นจำนวนหนึ่งชิ้น แด่ทุกคน ทุกกำลังวัตต์ ๒๕๖๒ ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เครื่องฉายวีดีโอ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ PC หนึ่งเครื่อง
  • ซาวน์อินสตอลเลชั่นจำนวนสามชิ้น ชุดคลื่น (คลื่น 1 ๒๕๖๒ ความยาว ๑๕ นาที ลำโพงจำนวนสี่ตัว ระบบเสียงสเตริโอ แชนเนลซ้าย กับ แชนเนลขวา เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหนึ่งตัว ระบบเสียงจะทำงานเมื่อคนเดินผ่านเซนเซอร์ / คลื่น 2 ๒๕๖๒ ความยาว ๑๐ นาที ลำโพงจำนวนสี่ตัว ระบบเสียงเซอร์ราวด์ เซนเซอร์ไคเนคจำนวนหนึ่งตัว - ระดับเสียงจะเบาลง ถ้าคนดูเดินเร็ว และระดับเสียงจะดังขึ้น ถ้าคนดูเดินช้า / คลื่น 3 ๒๕๖๒ ความยาว ๕ นาที ลำโพงจำนวนสี่ตัว ระบบเสียงสเตริโอ เสียงแต่ละแทรคจะออกมาลำโพงแต่ละตัว เสียงที่ได้ยินจะเป็นการผสมเสียงจากสี่แทรค เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหนึ่งตัว เซนเซอร์จะทำงานเมื่อคนดูยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลาสิบวินาที)
  • กระจกเงาด้านเดียวจำนวนสี่บาน ขนาดของแต่ละบาน ๘๐.๕ x ๒๐๐ ซม.

 
pictured by Nova Contemporary










The act of viewing art - much like the world around us - has become a mere matter of will applied to a set of stable conditions: The ubiquity of artificial, climate-controlled environments serve to strengthen our illusory sense of autonomy. Rarely are we dependent on external variables - be they other's will or the weather. Removed as we are from these uncertainties of the natural world, Jedsada retreats to a place that puts him - and us - at its mercy. Inspired by his experience of waiting out the rains while collecting raw material, the artist recreates this humbling sense of dependency for the modern visitor, accustomed to on-demand viewing.

A multidisciplinary artist, Jedsada uses mixed-media installations that play with the architectural components of the site, and project sound and light, bringing the experience of outside, inside. But no two viewers - even those that enter together - experience the reflected conditions in the same way: Not only do variables in the weather dictate the work on display, variables in subject's interactions with the space, trigger sensors that affect the pitch and volume of sound installations. Essentially an experiential show, the artist plays also with content: Anchored in the dry season, the artwork displayed on those rare rainy days, reflect the exceptionality of the occasion.

This new body of work contains within it a strong commentary on our deteriorating relationship with nature: Surrendering to the world and its rhythms - not conquering it - is key.

 - Exhibition statement written by Pema Abrahams

ในการดูงานศิลปะ จะว่าไปแล้วก็คล้ายคลึงกับการมองสิ่งต่างๆรอบตัวเรา ซึ่งเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับตัวแปรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความดาษดื่นของสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นตามความต้องการในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งตัวแปรเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดภาพลวงตา ว่าเรามีความอิสระและสามารถเป็นตัวของตัวเอง มีน้อยครั้งมากที่เราจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เข่น การต้องตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้อื่น หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยปกติแล้ว เราไม่ค่อยที่จะต้องเผชิญกับโลกธรรมชาติที่คลุมเครือและคลาดเคลื่อน เจษฎาพาตัวเขาเองและเรากลับไปเผชิญกับสถานการณ์ ที่ธรรมชาติเป็นผู้ควบคุม จากประสบการณ์ในอดีตที่เจษฎาต้องรอคอยให้ฝนหยุดตก เพื่อบันทึกเสียงสิ่งมีชีวิตต่างๆในพื้นที่ธรรมชาติ ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างงาน ที่คนดูจะได้รับประสบการณ์การอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งต่างไปจากความคุ้นเคยของการดูงาน ที่คนดูมีสิทธิ์ที่จะเลือกดูได้ 

เจษฎา ได้ใช้งานอินสตอลเลชั่นหลากหลายสื่อ เสียงและแสง สอดประสานและโต้ตอบกับองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมในแกลเลอรี่ เพื่อพาโลกธรรมชาติภายนอกเข้ามาภายในแกลเลอรี่ ในการชมงานนิทรรศการนี้ แม้ว่าคนดูสองคนจะเดินเข้ามาห้องนิทรรศการพร้อมกัน แต่ทั้งสองคนนี้ก็จะได้รับประสบการณ์ต่างกัน ความแตกต่างหลากหลายเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ สภาพอากาศที่กำหนดชิ้นงานที่นำเสนอในนิทรรศการ การปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ การเปิดปิดเซนเซอร์ที่ควบคุมระดับเสียงสูงต่ำดังเบาในงานซาวน์อินสตอลเลชั่น ด้วยความที่เป็นนิทรรศการเชิงทดลอง ศิลปินได้หยอกล้อกับแนวคิดของนิทรรศการ ในประเด็นของความไม่แน่นอน การที่นิทรรศการนี้จัดแสดงในฤดูร้อน โอกาสที่ฝนจะตกจึงเป็นไปได้น้อยมาก สะท้อนให้เห็นถึงการคาดหวังของความเป็นไปได้ ของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

ผลงานชุดใหม่นี้ นำเสนอข้อวิพากษ์เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติ ที่ลดน้อยและห่างกันไปเรื่อยๆ การโอนอ่อนผ่อนตามการเปลี่ยนแปลงของโลก น่าจะเป็นหลักที่เราควรยึด แทนการพยายามเอาชนะหรือครอบครอง

แนวคิดนิทรรศการ เขียนและเรียบเรียงโดย เพม่า อับราฮัม

The Uncertain _ Sunny / Mostly Sunny








 
3 February 2019

5 February 2019

8 February 2019
                                                                                   6 March 2019



3 February 2019

3 February 2019

8 February 2019


                                                 Wave 1, length 15 minutes. A sound installation could  be heard 
                                                                from this exhibition room (2nd floor of the gallery). 
                                                                A motion detector sensor is installed at the entrance door 
                                                                of the gallery. When a viewer enters the gallery, the sound starts
                                                                playing. The viewer has to reach the 2nd floor exhibition room
                                                                within 15 minutes to experience the sound installation.
                                                       

3 February 2019

8 February 2019


3 February 2019

30 March 2019

30 March 2019







- The Tree Inside, 2019, brass, diameter 20 cm, height 210 cm. / Open-ended, 2019, aluminum, diameter 8 cm, height   310 cm. / 100 Year Layers, 2019, fiberglass, diameter 39 cm, height 330 cm. / Horn and Branch, 2019, tamarind           wood, santol tree, W34 x L52 X H 283 cm.
Conceal to Reveal 1, 2019,  Digital C-Print, W59.4 x L89.1 cm, Conceal to Reveal 2, 2019,  Digital C-Print, W59.4 x       L89.1 cm, Your Worst Enemy, 2017, Digital C-Print, W59.4 X L79.2 cm.
Giving Everyone all His Watts, 2019, one CCTV Camera, one video projector, one Desktop PC computer.
Wave 1, 2019, length 15 minutes, four speakers, stereophonic sound - left channel and right channel, a motion             detector sensor - the sound starts playing when a viewer walk pass the sensor 
- Four panels of one-way mirror, each panel: W80.5 x L200 cm.


- ลำต้นของแต่ละคน ๒๕๖๒ ทองเหลือง เส้นผ่านศูนย์กลาง ๒๐ ซม. สูง ๒๑๐ ซม. / เอนอ่อน ผ่อนตาม ๒๕๖๒ อะลูมิเนียม เส้นผ่าน           ศูนย์กลาง ๘ ซม. สูง ๓๑๐ ซม. / ริ้วรอยศตวรรษ ๒๕๖๒ ไฟเบอร์กลาส เส้นผ่านศูนย์กลาง ๓๙ ซม. สูง ๓๓๐ ซม. / เป็นเขาก่อนเป็น       กิ่ง ๒๕๖๒ ไม้มะขาม ไม้กระท้อน ๓๒ x ๕๒ x ๒๘๓ ซม.
ปกปิดกลับปรากฎ 1 ๒๕๖๒ ดิจิตอลปริ้นท์ ๕๙.๔ x ๘๙.๑ ซม.  
- แด่ทุกคน ทุกกำลังวัตต์ ๒๕๖๒ ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เครื่องฉายวีดีโอ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ PC หนึ่งเครื่อง
คลื่น 1 ๒๕๖๒ ความยาว ๑๕ นาที ลำโพงจำนวนสี่ตัว ระบบเสียงสเตริโอ แชนเนลซ้าย กับ แชนเนลขวา เซนเซอร์ตรวจจับความ             เคลื่อนไหวหนึ่งตัว ระบบเสียงจะทำงานเมื่อคนเดินผ่านเซนเซอร์
- กระจกเงาด้านเดียวจำนวนสี่บาน ขนาดของแต่ละบาน ๘๐.๕ x ๒๐๐ ซม.