Upcoming Exhibitions




 Don't Wait Until Tomorrow

 September 15 - October 26, 2019
 Gallery VER, Bangkok

 Opening Reception: September 15th, 6pm onward

 The exhibition "Don't Wait Until Tomorrow" adopted one of the motto of Professor Silpa   
 Bhirasri which stated that "Tomorrow Is Too Late', which is used to remind his students to 
 be diligent in their practice as well as seeing the value of time. The motto is interpreted  
 and applied in creating the work, under the concept of different types of time, such as 
 specific time, postponing, times in the period of life, stressing the importance of the 
 present, delayed, as well as learning from observations on human behavior.

 Professor Silpa Bhirasri (15 September 1892 - 14 May 1962), born Corrado Feroci, was a  
 Tuscan-born Thai sculptor from Florence who served under the crown of King  
 Chulalongkorn (Rama V). He is considered the father of modern art in Thailand. He 
 established the School of Fine Art, which later became Silpakorn University. Silpa Bhirasri 
 is the first chancellor of the university.

 Every September 15th, which is the birthday of Professor Silpa, is considered "Silpa 
 Bhirasri Day" to commemorate his good will towards Silpakorn University and Thailand. In 
 this exhibition, these specific date and month are being used as an essential element of 
 artworks.


 อย่ารอให้ถึงพรุ่งนี้

 ๑๕ กันยายน - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๒
 แกลเลอรี่ เวอร์ กรุงเทพ

 พิธีเปิด วันอาทิตย์ที่ ๑๕​ กันยายน ๒๕๖๒​ เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป

 นิทรรศการ "อย่ารอให้ถึงพรุงนี้" ได้นำหนึ่งในคติพจน์ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ว่า "พรุ่งนี้ก็สาย
 เสียแล้ว" ซึ่งเป็นคำกล่าวเพื่อเตือนสตินักศึกษา ให้มีความขยันในการทำงาน และเล็งเห็นคุณค่าของ
 เวลา มาตีความและประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน ภายใต้กรอบคิดเรื่องเวลาในประเภทต่างๆ 
 เช่น เวลาที่เฉพาะเจาะจง การเลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆ กาลเวลาของช่วงชีวิต การให้ความสำคัญกับ
 ปัจจุบัน ความล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด ตลอดจนศึกษาพฤติกรรมมนุษย์จากการสังเกตการณ์

 ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี (๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕ - ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕) เดิมชื่อ คอร์รา
 โด เฟโรชี ชาวอิตาเลียนสัญชาติไทย เป็นประติมากรจากเมืองฟลอเรนซ์ ที่เข้ามารับราชการใน
 ประเทศไทย ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ถือเป็นบิดาแห่งศิลปะ
 สมัยใหม่ในประเทศไทย ผู้ก่อตั้งและอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งภายหลัง
 ได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยศาสตราจารย์ศิลป์ได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี
 คนแรกของมหาวิทยาลัย

 วันที่ ๑๕ กันยายนของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ศิลป์ ถือเป็น วัน"ศิลป์ พีระศรี"
 จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของศาสตราจารย์ศิลป์ ที่มีต่อมหาวิทยาลัยศิลปากรและ
 ประเทศไทย ตัวเลขของวันที่และเดือนกันยายนนี้ ยังเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของผลงานศิลปะใน
 นิทรรศการนี้



How Much You Can Tolerate at Cartel Artspace, Bangkok vs. Local Influence at The Ramasun Historical Museum, Udonthani 

                                                                                                          
How Much You Can Tolerate

May 24 - June 30, 2019
Cartel Artspace, Bangkok

What it means to depart but remains,
what it means to sustain but dies out.


ทนได้ทนไป

๒๔ พฤษภาคม - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๒
คาร์เทล อาร์ตสเปซ กรุงเทพ

อยากลบ กลับปรากฎ
อยากทำนุ กลับพร่าเลือน

(ไม่มีงานเปิดนิทรรศการ)


























พาราลเรล เดอะ รามสูร สเตชั่น อาร์ต เทรล

๘ - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๒
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา จังหวัดอุดรธานี

วันเปิดและนำชมนิทรรศการ วันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๗:๐๐ - ๑๙:๐๐ น.
ฉายภาพยนตร์ วันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒​ เวลา ๑๔:๐๐ - ๑๖:๐๐ น.

ศิลปิน ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์ / อัมรินทร์ บุพศิริ / ปณชัย ชัยจิรรัตน์ / ธนัชชา ไชยรินทร์ / วิริยะ โชติปัญญาวิสุทธิ์ / ธิดารัตน์ ชุ่มจังหรีด / ดุษฎี ฮันตระกูล / สิทธิกร ขาวสะอาด / สุรสิทธิ์ มั่นคง / บุญโปน โพธิสาน / ปุญญิศา ศิลปรัศมี / ธงชัย ศิรินันทิภาคย์ / เจษฎา ตั้งตระกูลวงศ์ / จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ / วิลาวัลย์ เวียงทอง / กรกฤต อรุณานนท์ชัย / ปฐมพล เทศประทีป / เหงียน ตรินห์ ที

ดูแลจัดการนิทรรรศการ โดย นัวโรว์ อาร์ตสเปซ

สนับสนุนโดย Arts Network Asia พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร บจก.สินไทย เซอร์วิส แอนด์ อินสตอลเลชั่น จำกัด

ค่ายรามสูร ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานีวิทยุวิจัยภาคสนามแห่งที่ ๗ ของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในช่วงสงครามเวียดนาม พื้นที่นี้ถือได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิด หรือรากเหง้าของหลายสิ่งหลายอย่างในจังหวัดอุดรธานี สืบเนื่องจากการตั้งถิ่นฐานของกองทัพสหรัฐอเมริกา มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานของเมือง และเป็นการวางรากฐานสำคัญของระบบขนส่ง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดอาชีพใหม่หลายอาชีพ ที่เติบโตขึ้นในพื้นที่ช่วงยุคสมัยนั้น เช่น เมียเช่า เด็กขัดรองเท้า และคนขับสามล้อ ฯลฯ ผลกระทบที่สะสมมาเป็นเวลานานและยังคงอยู่จากการตั้งกองทัพ ดูเหมือนจะควบรวมเข้ากับจิตใต้สำนึกของเมือง โดยที่สิ่งปลูกสร้างหลายสิ่งที่เกิดขึ้นจากยุคนั้นยังคงเหลืออยู่ให้เห็น และยังคงใช้งานมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้ 

หลังจากการถอนกำลังของกองทัพทหารสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ บางส่วนของโครงสร้างสถานีได้ถูกรื้อถอน แต่ยังคงหลงเหลือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ และยากต่อการรื้อถอนออกไป เช่น เสาเรดาร์ ๔๘ ต้น สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจถึงอดีต เศษซากของอดีตที่สูญหาย และเป็นอนุสรณ์ของอนาคตที่ไม่มีวันไปถึง สถานที่ซึ่งเป็นซากปรักหักพัง ทิ้งไว้ให้เราเห็นเพียงความนิ่งสงัดของกาลเวลา การเปลี่ยนผ่านจากสถานีวิทยุของสหรัฐอเมริกาไปสู่การเป็นพิพิธภัณฑ์ แลดูคล้ายกับการแช่เเข็งของห้วงเวลา การทับถมของกาลเวลา การรวมตัวของวัตถุและนิยามหลากหลาย ก่อให้เกิดการต่อรอง การอยู่ร่วมกัน หรือ "ความคู่ขนาน" บนพื้นที่ซากปรักหักพังทางทหารแห่งนี้ ที่ไม่สามารถสรุปจบในตัวมันเอง แต่กลับชี้นำไปสู่จุดอื่น ทำให้เห็นถึงสถานะทางประวัติศาสตร์ที่ยากจะหาคำตอบ

และถ้าเราจะเพิ่ม "ศิลปะ" ลงไปในฐานะ "ช่วงเวลาหนึ่ง" ให้กับสถานที่แห่งนี้ ที่ไม่ใช่พื้นที่สีขาวของแกลเลอรี่ แล้วศิลปะจะเข้าไปมีบทบาทอย่างไร จะสามารถนำเสนอตัวเองได้หรือไม่ รวมถึงศิลปะจะสามารถอุปมา สื่อเป็นนัยยะ เปิดเผยตัวตนภายในพื้นที่แห่งนี้ได้หรือไม่ หรือจะถูกกลบไปพร้อมกับสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ และประวัติศาสตร์ของมันที่เลือนหาย




PARALLEL : The Ramasun Station Art Trail

8-30 June 2019
Ramasun Historical Museum, Udonthani, Thailand

Opening and exhibition tour : June 8th, 5-7 pm.
Screening program : June 9th, 2-4 pm.

Participating artists:
Tanachai Bandasak, Amarin Buppasiri, Panachai Chaijirarat, Thanacha Chairin, Viriya Chotpanyavisut, Thidarat Chumjungreed, Dusadee Huntrakul, Sittikorn Khawsa-ad, Surasit Mankong, Bounpaul Phothyzan, Punyisa Silparassame, Thongchai Sirinunthipak, Jedsada Tangtrakulwong, Jirawut Ueasungkomsate, Wilawan Wiangthong, Korakrit Arunanondchai, Prathompon Tesprateep, Nguyen Trinh Thi

Curated by Noir Row Art Space

Sponsor: Arts Network Asia, Ramasun Historical Museum, Sinthai Service and Installation Co.,Ltd

PARALLEL : The Ramasun Station Art Trail explores possibilities of artistic engagement and expression responding to Udon Thani's sedimented ruins and multi-layered histories.

The Ramasun Station was once a U.S. military radio base camp during the Vietnam War. It now symbolizes one of the many origins of Udon Thani. It was the U.S. army settlement which laid the foundation for much of the province's urban infrastructure, including logistic, economic and tourism sectors. Moreover, the sex workers or 'Partner', shoeshine boys and rickshaw drivers were the new and the fastest growing occupations in that period.  

The Ramasun Station was closed in 1976 when the U.S. retreated from Vietnam. For a period of time, some of the station's structure had been dismantled either by the army or the local junk dealers. As can be seen today, the remains of the station are the large architectural structures that are too hard to discarded; particularly the 48 antennas. These abandoned structures remained as an unintended memorial, a remnant of a time past.

As the wartime history of the site fades away, another layers comes to replace it. The U.S. radio base camp are transformed into a Thai military camp, and then turned into a museum. This landscape of military ruins is then a site of tensions and parallels. Instead of constituting themselves as an end, these contradictory and awkward entanglements lead to an unresolved complex mixture of the Ramasun Station's history.

And if the artworks are added to the site of this Ramasun Station as another overlapping temporal event? What would be the role of art? Would artworks be able to send messages when they are located on the site which is not a white cube gallery? Can art suggest, imply, or reveal other narratives, can it encouraging possibilities?  Or will art be lost among the melancholy of gigantic architectural structures? This exhibition sets out to make such an exploration.




THE UNCERTAIN

February 1 - March 31, 2019
Nova Contemporary, Bangkok

Opening event : February 2nd, 5-8 pm. During Galleries Night BKK

When "planning" is inapplicable to nature, one could only look forward and wait for natural phenomena to happen. In this exhibition "The Uncertain", Bangkok's daily weather is pivotal in determining the artworks displayed in the gallery. The works shown on a mostly cloudy day will differ from the ones exhibited on a sunny day. Not being to see all of works in only one visit, the viewer is drawn to return on another day with a different weather.

Please check the weather forecast for Bangkok on the website, AccuWeather 
at 11 am. on the day you plan to visit a gallery for a different weather and different type of presentation.
https://www.accuweather.com/en/th/thailand-weather

Presentation 1 : Cloudy / Mostly cloudy / Considerable clouds

Presentation 2 : Sunshine / Sunny / Mostly sunny / Plenty of sunshine /Abundant sunshine / Sunny much of time / Plenty of sun / Clearing : very warm

Presentation 3 : Partly cloudy / Partly sunny / Intermittent clouds / Sunny to partly cloudy / Sun mixing with clouds / Clouds giving way to some sun / Sunshine and some clouds / Sunny intervals

Presentation 4 : Shower / A t-storm / A Thunderstorm in spots /A bit of afternoon rain / An afternoon shower 



ในความคลุมเครือและคลาดเคลื่อน

๑ กุมภาพันธ์ - ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒
โนวา คอนเทมโพรารี แกลเลอรี กรุงเทพ

เปิดงาน วันเสาร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๐๐ น. ถึง ๒๐.๐๐ น. ร่วมกับงานแกลเลอรี่ไนท์ 2019

เมื่อการวางแผนไม่สามารถนำมาใช้กับธรรมชาติได้ สิ่งที่จะทำได้คงเป็นเพียงการรอคอยปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นิทรรศการนี้ใช้สภาพอากาศประจำวันที่กรุงเทพมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมผลงานศิลปะที่ผู้ชมจะได้เห็นในแกลเลอรี่ ผลงานที่นำเสนอในวันที่มีเมฆเป็นส่วนมากจะต่างไปจากวันที่แดดออกเป็นส่วนมาก การที่ผลงานทั้งหมดในนิทรรศการไม่สามารถรับชมได้ในการมาที่แกลเลอรี่เพียงครั้งเดียว เชื้อเชิญให้คนดูกลับมาชมนิทรรศการในวันอื่นๆที่มีสภาพอากาศแปรเปลี่ยนไป

โปรดตรวจสอบสภาพอากาศที่กรุงเทพ ที่เว็บไซต์ AccuWeather ในเวลา 11:00 น. ของวันที่จะเดินทางมาแกลเลอรี่ เพื่อดูสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและรูปแบบงานที่เปลี่ยนไป
https://www.accuweather.com/en/th/thailand-weather

รูปแบบงาน 1 วันที่มีเมฆเป็นส่วนมาก
รูปแบบงาน​ 2 : วันที่แดดออกเป็นส่วนมาก
รูปแบบงาน 3 : วันที่มีเมฆเป็นบางส่วน หรือ วันที่แดดจัดเป็นบางส่วน
รูปแบบงาน 4 : วันที่มีฝนฟ้าคะนอง 




Artist Talk : The Uncertain
Topic : Both Sides (Planning and Spontaneous)
Speakers : Jedsada Tangtrakulwong, Margaret Wu and Orawan Arunrak
Saturday 9th March 2019
Time: 1:00 - 2:30 PM at Nova Contemporary
The talk will be in Thai/English and interpreted into English/Thai


ศิลปินเสวนา : ในความคลุมเครือและคลาดเคลื่อน
หัวข้อ : มองสองด้าน การควบคุมและการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ผู้ร่วมพูดคุย : เจษฎา ตั้งตระกูลวงศ์ มาร์กาเร็ต วู และ อรวรรณ อรุณรักษ์
วันเสาร์ท่ี 9 มีนาคม 2562
เวลา 13:00 - 14:30 น.
สถานที่ โนวา คอนเทมโพรารี กรุงเทพฯ
งานเสวนาจะจัดขึ้นเป็นภาษาไทย/อังกฤษ และแปลเป็นภาษาอังกฤษ/ไทย




  มุ้งมิ้ง,  2561, ซาวด์อาร์ตและประติมากรรมบน
  เรือหัวโทงลำหนึ่งของบริษัทกระบี่ ฟาเรียทัวร์​
  
  ในทุกๆวัน เรือที่ติดตั้งผลงานจะจอดอยู่ที่ท่าเรือ
   ของบริษัท ใกล้กับท่าเรือบริษัท พีพีทัวร์@อ่าว
   นางกระบี่ หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่
   ระหว่างเวลา 07:00 -  08:30 น. ก่อนที่จะออกจาก
   ท่าเรือไปยังสถานที่ต่างๆตามที่ลูกค้าของบริษัท
   ต้องการเดินทางไป


  Twilight, 2018, sound art and sculpture on a 

  long-tail boat at the Krabi Faria Tour Pier next 
  to Phi Phi Tours.com, Noppharat Thara Beach, 
  Krabi.

  Each day, the boat will be at the pier around 7 - 

  8:30 am.  After 8:30 am, it will depart the pier 
  and serve the Krabi Faria Tour' customers.

  http://thailandbiennale.org/en_US/เจษฎา-ตั้งตระกูลวงศ์/


งานแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Krabi 2018 : สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์

๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ - ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
พื้นที่ธรรมชาติ จ.กระบี่

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดโครงการการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ ภายใต้ชื่อ Thailand Biennale โดยมีเป้าหมายที่จะจัดโครงการทุก ๒ ปีในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย ตามลักษณะของการจัดนิทรรศการหรือเทศกาลศิลปะนานาชาติเบียนนาเล่ที่จัดขึ้นทุกสองปี ผลงานศิลปะจะถูกจัดวางอยู่กลางแจ้ง ในพื้นที่ธรรมชาติหลายพื้นที่ในจังหวัดกระบี่ ในรูปแบบของศิลปะเฉพาะที่ (site-specific art) เป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นบนตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจง สิลปินจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่จะสร้างงานศิลปะเป็นสำคัญ ประกอบกับการออกแบบและการสร้างตัวงานศิลปะ ภายใต้แนวคิดหรือแก่นเรื่อง "สุดขอบฟ้าแห่งดินแดนมหัศจรรย์ (Edge of the Wonderland)"

เรื่องราวเกี่ยวกับ 'แดนมหัศจรรย์ (wonderland)' ล้วนแตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรม ในโลกตะวันตกนั้นมีเรื่องเล่าโด่งดังจากอังกฤษที่แต่งโดย Lewis Carroll เมื่อ ค.ศ. ๑๘๖๕ เกี่ยวกับการผจญภัยของอลิซ เด็กหญิงผู้ซึ่งพลัดตกลงไปในหลุมกระต่ายที่นำไปสู่ดลกแห่งจินตนาการอันเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาด ดินแดนนี้ถูกซ่อนอยู่แต่สามารถเชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริงได้ ผ่านความฝันและการเดินทางในจินตนาการ

ในโครงการการแสดงนิทรรศการครั้งนี้ ดินแดนมหัศจรรย์ ได้ถูกสำรวจจากส่วนที่เป็นแนวชายขอบ การใช้คำว่า 'edge' ในแนวคิดหลักของนิทรรศการมีความสำคัญ ๓ ประการ คือ ๑. การใช้เพื่อบ่งบอกถึงสภาพภูมิศาสตร์ เนื่องจากพื้นที่สำหรับจัดแสดงผลงานล้วนตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นแนวกั้นเขตแดนระหว่างแผ่นดินใหญ่และทะเลอันดามัน 

๒. 'edge' ที่หมายถึงคมมีด ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสังคมวัฒนธรรมในพื้นที่ ใน พ.ศ. ๒๔๑๕ ชาวบ้านในท้องถิ่นได้ขุดพบกระบี่โบราณสองเล่มที่บ้านนาหลวง และนำไปมอบให้กับผู้ครองเมือง กระบี่สองเล่มนี้เคยถูกนำมาเก็บไว้ในลักษณะไขว้กันในถ้ำของเขาขนาบน้ำ เพื่อเป็นสิริมงคลในช่วงการพัฒนาเมืองกระบี่ และได้กลายมาเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด โดยมีฉากหลังเป็นมหาสมุทรอินเดียและเขาพนมเบญจา

๓. ในเชิงบริบทของดินแดนมหัศจรรย์ 'edge' หรือชายขอบเป็นเส้นคั่น ระหว่าง ใน  และ นอก เป็นจุดหักเหเช่นเดียวกันกับโพรงกระต่ายในการผจญภัยของอลิซ ที่อยู่ระหว่างเรื่องจริงและเรื่องที่แต่งขึ้น การมีอยู่และจินตนาการ วัตถุและจิตวิญญาน ความเจนจัดและความอ่อนต่อโลก ระหว่างการรู้และการไม่รู้


Thailand Biennale, Krabi 2018

2 November 2018 - 28 February 2019

Natural sites in Krabi province, Thailand

curated by Jiang Jiehong 
co-curated by Vipash Purichanont, Vichaya Mukdamanee, Haisang Javanalikhikara and Panatchakorn Viratmalee

http://thailandbiennale.org/en_US/

Artists: Alfredo & Isabel Aquilizan / Vladimir Arkhipov / Aram Bartholl / Lucy Beech/ Felix Blume/ Anne Katrine Dolven/ Saravuth Duangjumpa / Ayse Erkmen / Takafumi Fukasawa / Amber Ginsburg, Sara Black & Charlie Vinz / Rania Ho / Dusadee Huntrakul / Aki Inomata / Melia Jaatsma / Jiandyin / Valentina Karga / Yuree Kensaku / Bharti Kher / Ignas Krunglevicius / Alicia Kwade / Oliver Laric / Kamin Lertchaiprasert & Suriya Umpansiriratan / leung Chi Wo / Li Wei / Lu Pingyuan / Luxuryogico / Map Office / Mayrhofer-Ohata / Dane Mitchell / Vichoke Mukdamanee /Uudam Tran Nguyen / Camille Norment / Donna Ong / Giuseppe Penone / Vong Phaophanit & Claire Oboussier / Chong Boon Pok / Ben Rivers & Anocha Suwichakornpong / Chemi Rosada-Seijo / Chulayarnnon Siriphol / Chusak Srikwan / Richard Streitmatter-Tran & Visarnsak Savangkaew / Jedsada Tangtrakulwong / Kamol Tassananchalee / Tran Loung / Tu Wei-Cheng / Panya Vijinthanasarn / Verticle Submarine / Rikuo Ueda / Wang Sishun / Wang Wei / Wang Yuyang / Jana Winderen / Tori Wranes / Yang Zhenzhong / Zheng Bo / Zhang Peili / Zhao Zhao

This four-month outdoor exhibition in Krabi is not curated to display traditional forms of artwork, such as sculptures or paintings within the notion of 'public art', but rather, it encourages creative strategies and innovative practices for site-specific installations. How would any artistic response to the sites harmoniously and creatively become part of the landscape?

Different version of a 'wonderland' derive from different cultures. In the West, we have learnt the renowned English story of Alice's adventures, written by Lewis Carroll in 1865, where a young girl called Alice falls through a rabbit hole into a world of fantasy populated by many eccentric, anthropomorphic creatures, such as the White Rabbit in a waistcoat, the Hatter, the Hookah-Smoking caterpillar, and the Cheshire Cat with its distinctive grin. This land connects to our everyday reality and yet, it is somehow hidden and can only be visited through dreams and imaginary journeys.

In South Asia, there is the legendary Himmapan Forests, which surrounds the base of Mount Meru in Hindu mythology. They are blessed under the Buddhist heavens, invisible to the human eye and inaccessible by mortals. The Himmapan Forests are also believed to be the home of many supernatural beings, such as the Naga (a serpent deity), the Kinnaree (a half-human, half-swan) and the Garuda (the king of birds). These creatures have become prominent, recurring motif in Thai's traditional art and classical literature and are included in the Epic Tale of Ramayana and Manohara and Prince Sudhana. It is through these forms that the myth of the wonderland continues.

In this curatorial project the wonderland is revisited from its very edge. The term 'edge' included in the title has three signifiers. First, it is simply geographically indicative. Similar to other provinces of Thailand on the west coast, Krabi and the venues of the Thailand Biennale in particular, are situated on the coastline and can be seen as part of the edge either the mainland or the Andaman Sea. It is the start and at the same time, the end of a territory, from which it belongs and departs.

Second, edge has its own historical and cultural significance in the region. In 1872, local villagers unearthed two ancient swords (krabi in Thai) at Ban Na Luang and were presented to the governors. These two single edged swords were once placed crossing each other in the cave Khao Khanab Nam as auspicious symbols during regional development, and later to become the provincial emblem against the background of the Indian Ocean and the Phanom Bencha Mountain. The swords are above all natural beings. They are sacred and yet, their origin and ownership remain unknown. Legends and stories ensue with a variety of versions of interpretations.

Third, conceptually, in the context of wonderland, edge is precisely the border line between in and out. It is a pivotal point; like the rabbit hole in Alice's adventure, between reality and fiction, the existent and the imagined, the material and the spiritual, the experienced and the unworldly, and ultimately, the known and the unknown. It represents the origination of a wonderland, leading one's curiosity, and indeed, inspiring one to explore, venture, and imagine.





แผลบ แผลบ 10 Year Anniversary Gallery Seescape

๑๓​ ธันวาคม ๒๕๖๑​ - ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
แกลเลอรี่ซีสเคป จ.เชียงใหม่

เปิดงาน วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๘:๐๐ - ๒๒:๐๐ น.

ในวาระที่แกลเลอรี่ซีสเคป ได้เดินทางมาครบหนึ่งทศวรรษในปีนี้ จึงดำเนินการจัดนิทรรศการกลุ่มครั้งใหญ่ที่สุดของแกลเลอรี่ ด้วยการรวบรวมกว่า ๙๘ นิทรรศการจาก ๑๐๑ กิจกรรมทางศิลปะที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ความพยายามขับเคลื่อนศิลปะตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากศิลปินทุกท่านและผู้เกี่ยวข้องทุกคนไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ทางแกลเลอรี่จึงขอใช้โอกาสนี้เฉลิมฉลองและแสดงศักยภาพของศิลปินทุกท่านที่เคยร่วมงานกันมา เพื่อให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจที่จะผลักดันให้ศิลปะเป็นอีกเรื่องที่สำคัญของชีวิต นี่ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงอดีต แต่ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะจัดเก็บและบันทึกไว้ในฐานะบทบาทหน้าหนึ่งทางประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่








Acknowledgement, 2018, acrylic on paper, W 29.7 x L 42 cm.

The list of supporters in the exhibition "Clutch" at Gallery Seescape, Chaing Mai in 2015.








ขอบคุณทุกแรงจิตและมิตรภาพ ๒๕๖๒ สีอะคริลิคบนกระดาษ ขนาด ๒๙.๗ x ๔๒ ซม.


รายชื่อผู้ที่ช่วยให้นิทรรศการ "รั้ง" เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ แกลเลอรี่ซีสเคป เป็นรูปเป็นร่างและสูญสลาย






Plab Plab 10th Year Anniversary Gallery Seescape

December 13, 2018 - February 13, 2019
Gallery Seescape, Chiang Mai, Thailand

Opening reception: Thursday, 13 December 2018 at 6 pm - 10 pm.

Artists: Alen Adam/ Ali Van / Amelia Toelke / Amnaj Wachirasut / Andy Khun / Angkrit Ajchariyasophon / Anon Pairot / Anusorn Tipayanon / Apirak Jianpinidnun / Arnont Nongyao / Atikom Mukdaprakorn / A Kaber / Boonchai Apinthanaphong / CAC / Chan Smith / Chatchai Suphin / Chol Janepraphaphan / Christopher Stern / Clairy Khunsuthum / Corey Best / Ded Chongmankong / Fabrice Croize / Farm Group / Haritorn Akapat / In Young Ha / Jedsada Tangtrakulwong / Jezlyn Tan / Jimmie James /  Jianyin / Jiratchaya Propwai / Jun Jun / Kade Javanalikhikara / Khairuddin Hori / Kobby / Lara Jacoski / Patrick Balem / Linh Phuong / Lolay & Pare / Luck Maisalee / MAMAFAKA / Masumi Nakaoka / May-T Noijinda / MethaGod / Michelle Day / Morakot Ketkhao / Nanu Youttananukorn / Narita Lert-Utsahakul / Note Udom / Numthong Sae-tang / Pattavee Viranuvat / Pachara Sungden /Pattrica Lipatapanlop / Pharadon Phonamnuai / Phattarakorn (Natthawut) Sing-Thong / Pichakorn Chuklew / Pim Sudhikam / Ploy Kasom / Pornthep Chitphong / Prajak Supantee / Prapat Jiwarangsan / Rasmee Wayrana / Ronnagorn Kerdchot / Rungsak Dokbua / Rushdi Anwar / Santipap Ingong-ngam / Sebastien Tayac / Silwataka Ramyananda / Sophie Kao / Steve O Techadilok / Sumanatsya Voharn / Supapong Laodheerasiri / Sutthirat Supaparinya / Jul Juis / Tada Hengsapkul / Tokuro Kotaka / Tawatchai Puntusawasdi / Torlarp Larpjaroensook / Trirat Buranapalanamai / Tuk Tuk Teung / Ubatsat / Uten Mahamid / Vajira Ruthirakanok / Verapong Sritrakulkitjakarn / Voraprada V. / Yusuke Shimura / Yutdanai Sripaiboon / โก๋เอ็ม Buddha Bless / เมื่อย Scrubb

Gallery Seescape in Chiang Mai has hosted 99 exhibitions during its first decade in the art scene and, to celebrate this milestone, the gallery hosts a group exhibition featuring pieces from 98 exhibitions. It's a thank-you to all the artists, who have worked with the gallery and a celebration of their talents.





Unerased Lines, 2018
Chalk pencil on glass door panels
W 170 x L 215 cm.

A collaborative poetry project between Theerapat Charoensuk and Jedsada Tangtrakulwong. The poem starts with the idea of reducing the power of authority and  promote the power of people. Theerapat and Jedsada wrote the poems back and forth to one another in a period of one month, in order to improve diversity and open-ended questions..
   

เส้นที่ลบไม่ออก ๒๕๖๒
บทกวีที่สร้างสรรค์ร่วมกับธีรภัทร เจริญสุข
ดินสอชอล์กบนบานประตูกระจก
ขนาด ๑๗๐ x ๒๑๕ ซม.

บทกวีเขียนโต้ตอบกันระหว่างธีรภัทรและเจษฎา
โดยมีการตั้งต้นว่า สิ่งที่สูงจะถูกดึงลงมาให้ต่ำ และสิ่งที่ตำ่จะถูกยกลอยขึ้น  บทกวีถูกส่งกลับไปกลับมาในระยะเวลาหนึ่งเดือน เพื่อให้เกิดเนื้อหาที่แตกแขนงไปเรื่อยๆและไม่สามารถคาดเดาได้



Painnale Art Festival 2018 : Lost Map

๒๗ ตุลาคม - ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ 
อาคาร The Plaza (ชั้น ๓) ไนท์บาซาร์ ถ.ช้างคลาน จ.เชียงใหม่
   
เปิดงาน วันเสาร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๘:๐๐ - ๒๑:๐๐ น.

เทศกาลศิลปะ Painnale 2018 ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิดของ คำว่า Lost Map นำเสนอคำถาม ความรู้สึก ความคิด ต่อการดำรงอยู่ของชีวิต ในเงื่อนไขและบริบททางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีเวลาปัจจุบัน รวมถึงความพยายามนำเสนอทางออก ชี้ให้เห็นทางตัน และความเป็นไปได้อื่น ในการทำความเข้าใจสภาวะ "หลงทาง" ในห้วงของการเปลี่ยนผ่านที่ดำเนินไปแบบยถากรรม และ ความ(สิ้น)หวังในหลายมิติ





  


    


    Painnale Art Festival 2018 : Lost Map    
    
    October 27 - November 25, 2018

    The Plaza building (3rd Floor), Night Bazaar,   
    Chang Klan Road, Chiang Mai

    Opening reception: Saturday, 27 October 2018 at  
    6 pm - 9 pm.

    Art tour: Sunday, 25 November 2018, 5 pm - 9   
    pm.

    Artists: Paphonsak La-or, Taviphut Praengoen, 
    Surajate Tongchua, Anusorn Tunyapalit, Anurak 
    Tanyapalit, Woraporn Pongsamart, Jedsada 
    Tangtrakulwong & Theerapat Charoensuk, 
    Paisarn Ampim, Ekkasit Tanyuwardhana, Piyarat Piyapongwiwat,         Mit Jai Inn, Thasnai Sethaseree, Gobpong Khanthapan, Invisible Collective, Klang Thung Mahasarakham, Somrudi Chanasuk, Thamonwan Seangsee, Kochaporn Suksaiya, Nantawat Chin-on,Aleef Neelapaijit, Pratompong Namjaidee, Kahat Sethaseree, Methagod, Nattawut Sawasdee, Sorayos Prapapan, Supachai Sartsara, Jirapat Thaweechuen, Wansavang Yensabaidee

With the concept of "Lost Map", which represent the question, feeling, thought about being in contemporary society, politics, economy and technology on Thailand. In addition, trying to point out the dead end and possibilities to understand the stage of "lost" in national orientation in the extraordinary terrific transitional period of time in Thailand and investigation on hope(less) in many dimensions.

Echo







                                                 The scenic view of the east side of the GF Building










                                                  The scenic view of the north side of the GF Building








                                                The scenic view of the west side of the GF Building



pictured by Wantana Khotphuwieng






                                                The scenic view of the south side of the GF Building









Echo, 2018, 43 quotes, acrylic letters, spray paint and acrylic pain, dimension variables
เสียงสะท้อน ๒๕๖๑ คำพูด ๔๓ ประโยค ตัวอักษรอะคริลิค สีสเปรย์ สีอะคริลิค

concept: The local voices from the communities around the deserted GF building express views on the social and cultural changes in Khon Kaen and Isan (the northeastern region of Thailand). 
The texts/quotes are derived from the conversations with the people of different backgrounds such as gardeners, farmers, weavers, cleaning lady, former police officer, retired soldier, priest, lawyer, teachers, students, barista, dormitory owners, street vendors, laborers, petrol station worker, etc.
Viewers read the quotations and look at the scenery of Khon Kaen simultaneously. The quotes are painted in a different shades of green colour which is connected to the colour design of buildings(roof, window, wall, shading net) where interviewees live and work.

แนวคิด เสียงที่สะท้อนออกจากชุมชนบริเวณรอบๆอาคารร้างจีเอฟ ริมถนนมิตรภาพไปจังหวัดอุดรธานี เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสังคมและวัฒนธรรมทั้งในจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน ผลงานเป็นตัวอักษรคำพูดของบุคคลหลากหลายอาชีพ เช่น เกษตรกร ชาวนา ช่างทอผ้า อดีตตำรวจ ทหารที่เกษียณอายุราชการ พระ ทนาย ครู นักเรียน นักชงกาแฟ เจ้าของหอพัก พ่อค้ารถเข็น แรงงานรับจ้างทั่วไป ฯลฯ 
คนดูอ่านตัวหนังสือของคำพูดต่างๆและมองทิวทัศน์ของเมืองขอนแก่นไปพร้อมๆกัน โดยโทนสีเขียวของตัวอักษรคำพูดมีหลายเฉดสี โทนสีเขียวของคำพูดจะสัมพันธ์กับสีของหลังคา หน้าต่าง ฝาผนัง สเลนของอาคารที่บุคคลผู้ให้สัมภาษณ์อาศัยหรือทำงานอยู่